Renoo Caruso
ThaiPosts

เรียนรู้การศึกษาพระคัมภีร์จากเอสรา – เริ่มวันนี้!

📅
✍️ Renoo Caruso

หนังสือแนะนำสำหรับคุณ

คู่มือเติบโตฝ่ายวิญญาณ โดย Renoo Caruso

วิธีอธิษฐาน
คู่มืออธิษฐาน

วิธีอธิษฐาน: คู่มือง่ายๆ ในการพูดคุยกับพระเจ้า

6 บท + คำอธิษฐาน 7 หัวข้อจริงในชีวิต

฿199 ฿149
ซื้อเลย
ยอดนิยม
ศึกษาพระคัมภีร์ 52 สัปดาห์
การศึกษาพระคัมภีร์

การศึกษาพระคัมภีร์ 52 สัปดาห์

12 หัวข้อ ครบทั้งปีแรกของชีวิตคริสเตียน

฿399 ฿299
ซื้อเลย
Renoo Caruso
เกี่ยวกับผู้เขียน

Renoo Caruso

เรณู คารูโซ คือนักธุรกิจที่มีพลัง วิทยากรที่เป็นที่ต้องการตัว และครูสอนพระคัมภีร์ผู้เปี่ยมด้วยความหลงใหล ซึ่งได้สร้างแรงบันดาลใจและเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนนับพันทั่วโลกผ่านพันธกิจอันทรงพลังและประจักษ์พยานทางธุรกิจที่น่าทึ่งของเธอ

การตั้งใจศึกษาพระวจนะของพระเจ้า: บทเรียนจากเอสราบท 7:10

สวัสดีค่ะ น้องๆ ที่รัก วันนี้เรามาดูพระคัมภีร์ที่สำคัญมากๆ กันค่ะ คือเอสรา 7:10 ที่บอกว่า “เพราะเอสราได้ตั้งใจศึกษาธรรมบัญญัติของพระยาห์เวห์และประพฤติตาม และสอนข้อบัญญัติและคำตัดสินในอิสราเอล” พระคัมภีร์ข้อนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการศึกษาพระวจนะของพระเจ้าอย่างจริงจังค่ะ มาดูกันว่าเราสามารถนำหลักการนี้มาใช้ในชีวิตสมัยใหม่ได้อย่างไร

ใครคือเอสรา

เอสราเป็นบุคคลสำคัญในพระคัมภีร์เดิมค่ะ เขาเป็นทั้งปุโรหิตและธรรมาจารย์ที่มีความรู้ในธรรมบั�ญัติของโมเสอย่างลึกซึ้ง เขาใช้ชีวิตในยุคที่ชาวยิวกลับจากการเป็นเชลยในบาบิโลนแล้วต้องสร้างชาติขึ้นใหม่ค่ะ เอสราเป็นผู้นำฝ่ายจิตวิญญาณที่ช่วยให้ชาวยิวกลับมาใช้ชีวิตตามพระวจนะของพระเจ้าอีกครั้ง

ความหมายของ “ตั้งใจศึกษา”

การเตรียมใจอย่างจริงจัง

คำว่า “ตั้งใจศึกษา” ในภาษาฮีบรูหมายถึงการเตรียมใจและการมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ค่ะ ไม่ใช่การอ่านผ่านๆ หรือการศึกษาแบบผิวเผิน แต่เป็นการทุ่มเทเวลาและพลังงานเพื่อเข้าใจพระวจนะของพระเจ้าอย่างลึกซึ้ง

การมีวินัยในการศึกษา

เอสราแสดงให้เราเห็นว่าการศึกษาพระคัมภีร์ต้องมีวินัยค่ะ เหมือนกับนักศึกษาที่ตั้งใจจะสอบผ่านด้วยคะแนนดี เราต้องมีแผนการศึกษา มีเวลาที่แน่นอน และมีความอดทน

สามขั้นตอนของเอสรา

ขั้นตอนที่ 1: ศึกษา

เอสราเริ่มด้วยการศึกษาธรรมบัญญัติอย่างถี่ถ้วนค่ะ เขาไม่เพียงแค่อ่าน แต่ศึกษาให้เข้าใจความหมาย เข้าใจบริบท และเข้าใจหลักการที่พระเจ้าต้องการสื่อ ในยุคสมัยนี้ เราสามารถใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น ดิกชันนารีพระคัมภีร์ หนังสืออธิบายพระคัมภีร์ หรือแอพพลิเคชั่นศึกษาพระคัมภีร์

ขั้นตอนที่ 2: ประพฤติตาม

การรู้แค่ในความคิดไม่พอค่ะ เอสราแสดงให้เห็นว่าเราต้องนำสิ่งที่เรียนรู้มาใช้ในชีวิตจริง เหมือนกับการเรียนการขับรถ เราไม่สามารถขับรถได้เพียงแค่อ่านตำราเท่านั้น แต่ต้องลงมือฝึกขับจริงๆ

ขั้นตอนที่ 3: สอนผู้อื่น

เมื่อเอสราศึกษาและประพฤติตามแล้ว เขาก็แบ่งปันความรู้นั้นให้กับคนอื่นค่ะ นี่เป็นหลักการสำคัญในความเชื่อคริสเตียน เราได้รับเพื่อให้ เราเรียนรู้เพื่อสอนผู้อื่น

การประยุกต์ใช้ในยุคสมัยใหม่

สำหรับคริสเตียนรุ่นใหม่

ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้า เรามีเครื่องมือมากมายที่ช่วยในการศึกษาพระคัมภีร์ค่ะ แอพพลิเคชั่นต่างๆ วิดีโอการสอน พอดแคสต์ แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องมี “ใจที่ตั้งใจ” เหมือนเอสรา

สำหรับครอบครัวคริสเตียน

พ่อแม่คริสเตียนสามารถเป็นแบบอย่างเหมือนเอสราได้ค่ะ โดยการแสดงให้ลูกๆ เห็นว่าเราให้ความสำคัญกับการศึกษาพระคัมภีร์ การอธิษฐาน และการนำหลักการของพระเจ้ามาใช้ในชีวิตประจำวัน

อุปสรรคในการศึกษาพระคัมภีร์

ความเร่งรีบของยุคสมัย

ในยุคที่ทุกอย่างต้องเร็ว เราอาจรู้สึกว่าการศึกษาพระคัมภีร์อย่างลึกซึ้งเป็นเรื่องที่ใช้เวลามากเกินไปค่ะ แต่เราต้องจำไว้ว่าสิ่งที่มีคุณค่าย่อมต้องใช้เวลา

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการศึกษา

บางคนคิดว่าการศึกษาพระคัมภีร์เป็นเรื่องของนักเทววิทยาหรือผู้นำคริสตจักรเท่านั้นค่ะ แต่ความจริงแล้ว ทุกคนที่เป็นคริสเตียนควรศึกษาพระวจนะของพระเจ้าอย่างจริงจัง

ประโยชน์ของการศึกษาพระคัมภีร์อย่างจริงจัง

การเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณ

เมื่อเราศึกษาพระคัมภีร์อย่างสม่ำเสมอ เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวเองค่ะ ความคิด คำพูด และการกระทำจะค่อยๆ เปลี่ยนไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้า

ความมั่นใจในความเชื่อ

การศึกษาพระคัมภีร์อย่างลึกซึ้งทำให้เราตอบคำถามต่างๆ เกี่ยวกับความเชื่อได้ดีขึ้นค่ะ และสามารถยืนหยัดในความเชื่อได้แม้ในสถานการณ์ที่ท้าทาย

วิธีการศึกษาพระคัมภีร์ตามแบบเอสรา

สร้างแผนการศึกษา

เริ่มด้วยการกำหนดเวลาที่แน่นอนสำหรับการศึกษาพระคัมภีร์ค่ะ อาจเป็น 15-30 นาทีในแต่ละวัน มีความสม่ำเสมอมากกว่าการอ่านนานๆ ครั้งแต่ละครั้งหลายชั่วโมง

ใช้เครื่องมือช่วย

ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลジีสมัยใหม่ค่ะ มีแอพพลิเคชั่นมากมายที่ช่วยอธิบายพระคัมภีร์ มีแผนการอ่าน และมีเครื่องมือค้นคว้า

การแบ่งปันสิ่งที่เรียนรู้

ในครอบครัว

เริ่มจากการแบ่งปันในครอบครัวก่อนค่ะ สิ่งที่เราเรียนรู้จากการศึกษาพระคัมภีร์สามารถนำมาพูดคุยกับสมาชิกในครอบครัว ทำให้เกิดการสนทนาที่มีความหมาย

ในชุมชนคริสเตียน

เข้าร่วมกลุ่มศึกษาพระคัมภีร์ในคริสตจักรค่ะ หรือสร้างกลุ่มขึ้นมาเองก็ได้ การศึกษาร่วมกันทำให้เราได้มุมมองที่หลากหลายและเข้าใจพระคัมภีร์ได้ลึกซึ้งขึ้น

ความท้าทายในการนำไปปฏิบัติ

การนำหลักการของเอสราไปใช้ในชีวิตไม่ใช่เรื่องง่ายค่ะ ต้องมีความอดทน ความมุ่งมั่น และการสนับสนุนจากชุมชนคริสเตียน แต่ผลลัพธ์ที่ได้รับคุ้มค่ากับความพยายามที่ลงไป

การสร้างนิสัยที่ดี

เหมือนกับการออกกำลังกายค่ะ การศึกษาพระคัมภีร์ต้องฝึกฝนจนกลายเป็นนิสัย เริ่มจากเป้าหมายเล็กๆ และค่อยๆ เพิ่มขึ้น สิ่งสำคัญคือความสม่ำเสมอ

บทสรุป

เอสรา 7:10 เป็นแบบอย่างที่สำคัญสำหรับคริสเตียนทุกคนค่ะ การตั้งใจศึกษาพระวจนะของพระเจ้า การนำไปปฏิบัติ และการสอนผู้อื่น เป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องและไม่มีวันสิ้นสุด ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หลักการนี้ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น เพราะพระวจนะของพระเจ้าเป็นรากฐานที่มั่นคงที่เราสามารถพึ่งพาได้เสมอค่ะ

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง