การตั้งใจศึกษาพระวจนะของพระเจ้า: บทเรียนจากเอสราบท 7:10
สวัสดีค่ะ น้องๆ ที่รัก วันนี้เรามาดูพระคัมภีร์ที่สำคัญมากๆ กันค่ะ คือเอสรา 7:10 ที่บอกว่า “เพราะเอสราได้ตั้งใจศึกษาธรรมบัญญัติของพระยาห์เวห์และประพฤติตาม และสอนข้อบัญญัติและคำตัดสินในอิสราเอล” พระคัมภีร์ข้อนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการศึกษาพระวจนะของพระเจ้าอย่างจริงจังค่ะ มาดูกันว่าเราสามารถนำหลักการนี้มาใช้ในชีวิตสมัยใหม่ได้อย่างไร
ใครคือเอสรา
เอสราเป็นบุคคลสำคัญในพระคัมภีร์เดิมค่ะ เขาเป็นทั้งปุโรหิตและธรรมาจารย์ที่มีความรู้ในธรรมบั�ญัติของโมเสอย่างลึกซึ้ง เขาใช้ชีวิตในยุคที่ชาวยิวกลับจากการเป็นเชลยในบาบิโลนแล้วต้องสร้างชาติขึ้นใหม่ค่ะ เอสราเป็นผู้นำฝ่ายจิตวิญญาณที่ช่วยให้ชาวยิวกลับมาใช้ชีวิตตามพระวจนะของพระเจ้าอีกครั้ง
ความหมายของ “ตั้งใจศึกษา”
การเตรียมใจอย่างจริงจัง
คำว่า “ตั้งใจศึกษา” ในภาษาฮีบรูหมายถึงการเตรียมใจและการมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ค่ะ ไม่ใช่การอ่านผ่านๆ หรือการศึกษาแบบผิวเผิน แต่เป็นการทุ่มเทเวลาและพลังงานเพื่อเข้าใจพระวจนะของพระเจ้าอย่างลึกซึ้ง
การมีวินัยในการศึกษา
เอสราแสดงให้เราเห็นว่าการศึกษาพระคัมภีร์ต้องมีวินัยค่ะ เหมือนกับนักศึกษาที่ตั้งใจจะสอบผ่านด้วยคะแนนดี เราต้องมีแผนการศึกษา มีเวลาที่แน่นอน และมีความอดทน
สามขั้นตอนของเอสรา
ขั้นตอนที่ 1: ศึกษา
เอสราเริ่มด้วยการศึกษาธรรมบัญญัติอย่างถี่ถ้วนค่ะ เขาไม่เพียงแค่อ่าน แต่ศึกษาให้เข้าใจความหมาย เข้าใจบริบท และเข้าใจหลักการที่พระเจ้าต้องการสื่อ ในยุคสมัยนี้ เราสามารถใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น ดิกชันนารีพระคัมภีร์ หนังสืออธิบายพระคัมภีร์ หรือแอพพลิเคชั่นศึกษาพระคัมภีร์
ขั้นตอนที่ 2: ประพฤติตาม
การรู้แค่ในความคิดไม่พอค่ะ เอสราแสดงให้เห็นว่าเราต้องนำสิ่งที่เรียนรู้มาใช้ในชีวิตจริง เหมือนกับการเรียนการขับรถ เราไม่สามารถขับรถได้เพียงแค่อ่านตำราเท่านั้น แต่ต้องลงมือฝึกขับจริงๆ
ขั้นตอนที่ 3: สอนผู้อื่น
เมื่อเอสราศึกษาและประพฤติตามแล้ว เขาก็แบ่งปันความรู้นั้นให้กับคนอื่นค่ะ นี่เป็นหลักการสำคัญในความเชื่อคริสเตียน เราได้รับเพื่อให้ เราเรียนรู้เพื่อสอนผู้อื่น
การประยุกต์ใช้ในยุคสมัยใหม่
สำหรับคริสเตียนรุ่นใหม่
ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้า เรามีเครื่องมือมากมายที่ช่วยในการศึกษาพระคัมภีร์ค่ะ แอพพลิเคชั่นต่างๆ วิดีโอการสอน พอดแคสต์ แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องมี “ใจที่ตั้งใจ” เหมือนเอสรา
สำหรับครอบครัวคริสเตียน
พ่อแม่คริสเตียนสามารถเป็นแบบอย่างเหมือนเอสราได้ค่ะ โดยการแสดงให้ลูกๆ เห็นว่าเราให้ความสำคัญกับการศึกษาพระคัมภีร์ การอธิษฐาน และการนำหลักการของพระเจ้ามาใช้ในชีวิตประจำวัน
อุปสรรคในการศึกษาพระคัมภีร์
ความเร่งรีบของยุคสมัย
ในยุคที่ทุกอย่างต้องเร็ว เราอาจรู้สึกว่าการศึกษาพระคัมภีร์อย่างลึกซึ้งเป็นเรื่องที่ใช้เวลามากเกินไปค่ะ แต่เราต้องจำไว้ว่าสิ่งที่มีคุณค่าย่อมต้องใช้เวลา
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการศึกษา
บางคนคิดว่าการศึกษาพระคัมภีร์เป็นเรื่องของนักเทววิทยาหรือผู้นำคริสตจักรเท่านั้นค่ะ แต่ความจริงแล้ว ทุกคนที่เป็นคริสเตียนควรศึกษาพระวจนะของพระเจ้าอย่างจริงจัง
ประโยชน์ของการศึกษาพระคัมภีร์อย่างจริงจัง
การเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณ
เมื่อเราศึกษาพระคัมภีร์อย่างสม่ำเสมอ เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวเองค่ะ ความคิด คำพูด และการกระทำจะค่อยๆ เปลี่ยนไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้า
ความมั่นใจในความเชื่อ
การศึกษาพระคัมภีร์อย่างลึกซึ้งทำให้เราตอบคำถามต่างๆ เกี่ยวกับความเชื่อได้ดีขึ้นค่ะ และสามารถยืนหยัดในความเชื่อได้แม้ในสถานการณ์ที่ท้าทาย
วิธีการศึกษาพระคัมภีร์ตามแบบเอสรา
สร้างแผนการศึกษา
เริ่มด้วยการกำหนดเวลาที่แน่นอนสำหรับการศึกษาพระคัมภีร์ค่ะ อาจเป็น 15-30 นาทีในแต่ละวัน มีความสม่ำเสมอมากกว่าการอ่านนานๆ ครั้งแต่ละครั้งหลายชั่วโมง
ใช้เครื่องมือช่วย
ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลジีสมัยใหม่ค่ะ มีแอพพลิเคชั่นมากมายที่ช่วยอธิบายพระคัมภีร์ มีแผนการอ่าน และมีเครื่องมือค้นคว้า
การแบ่งปันสิ่งที่เรียนรู้
ในครอบครัว
เริ่มจากการแบ่งปันในครอบครัวก่อนค่ะ สิ่งที่เราเรียนรู้จากการศึกษาพระคัมภีร์สามารถนำมาพูดคุยกับสมาชิกในครอบครัว ทำให้เกิดการสนทนาที่มีความหมาย
ในชุมชนคริสเตียน
เข้าร่วมกลุ่มศึกษาพระคัมภีร์ในคริสตจักรค่ะ หรือสร้างกลุ่มขึ้นมาเองก็ได้ การศึกษาร่วมกันทำให้เราได้มุมมองที่หลากหลายและเข้าใจพระคัมภีร์ได้ลึกซึ้งขึ้น
ความท้าทายในการนำไปปฏิบัติ
การนำหลักการของเอสราไปใช้ในชีวิตไม่ใช่เรื่องง่ายค่ะ ต้องมีความอดทน ความมุ่งมั่น และการสนับสนุนจากชุมชนคริสเตียน แต่ผลลัพธ์ที่ได้รับคุ้มค่ากับความพยายามที่ลงไป
การสร้างนิสัยที่ดี
เหมือนกับการออกกำลังกายค่ะ การศึกษาพระคัมภีร์ต้องฝึกฝนจนกลายเป็นนิสัย เริ่มจากเป้าหมายเล็กๆ และค่อยๆ เพิ่มขึ้น สิ่งสำคัญคือความสม่ำเสมอ
บทสรุป
เอสรา 7:10 เป็นแบบอย่างที่สำคัญสำหรับคริสเตียนทุกคนค่ะ การตั้งใจศึกษาพระวจนะของพระเจ้า การนำไปปฏิบัติ และการสอนผู้อื่น เป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องและไม่มีวันสิ้นสุด ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หลักการนี้ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น เพราะพระวจนะของพระเจ้าเป็นรากฐานที่มั่นคงที่เราสามารถพึ่งพาได้เสมอค่ะ
ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
- Website – https://renoo.faith
- Youtube – https://www.youtube.com/@Renoo-Caruso
- Facebook – https://www.facebook.com/blessingwithrenoo
- TikTok – https://www.tiktok.com/@renoocaruso
- Instagram – https://www.instagram.com/renoocaruso