Renoo Caruso
ThaiPosts

วันแห่งการพิพากษา: เรียนรู้โอบาดีห์ 1:15 วันนี้!

📅
✍️ Renoo Caruso

หนังสือแนะนำสำหรับคุณ

คู่มือเติบโตฝ่ายวิญญาณ โดย Renoo Caruso

วิธีอธิษฐาน
คู่มืออธิษฐาน

วิธีอธิษฐาน: คู่มือง่ายๆ ในการพูดคุยกับพระเจ้า

6 บท + คำอธิษฐาน 7 หัวข้อจริงในชีวิต

฿199 ฿149
ซื้อเลย
ยอดนิยม
ศึกษาพระคัมภีร์ 52 สัปดาห์
การศึกษาพระคัมภีร์

การศึกษาพระคัมภีร์ 52 สัปดาห์

12 หัวข้อ ครบทั้งปีแรกของชีวิตคริสเตียน

฿399 ฿299
ซื้อเลย
Renoo Caruso
เกี่ยวกับผู้เขียน

Renoo Caruso

เรณู คารูโซ คือนักธุรกิจที่มีพลัง วิทยากรที่เป็นที่ต้องการตัว และครูสอนพระคัมภีร์ผู้เปี่ยมด้วยความหลงใหล ซึ่งได้สร้างแรงบันดาลใจและเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนนับพันทั่วโลกผ่านพันธกิจอันทรงพลังและประจักษ์พยานทางธุรกิจที่น่าทึ่งของเธอ

วันแห่งการพิพากษาของพระเจ้า: เรียนรู้จากโอบาดีห์ 1:15 ค่ะ

สวัสดีค่ะสาวๆ ทุกคน! วันนี้เราจะมาพูดคุยกันเรื่องที่อาจจะทำให้เราต้องหยุดคิดสักนิดค่ะ นั่นคือเรื่องความยุติธรรมของพระเจ้าและการเก็บเกี่ยวในสิ่งที่เราหว่านไว้ ผ่านพระวจนะในโอบาดีห์ 1:15 ที่ว่า “เพราะวันแห่งพระเจ้าใกล้จะมาถึงประชาชาติทั้งหลายแล้ว อย่างที่เจ้าได้กระทำนั้น ก็จะมีผู้กระทำต่อเจ้าด้วย การกระทำของเจ้าจะตกลงบนศีรษะของเจ้าเอง” ค่ะ

ความหมายลึกซึ้งของโอบาดีห์ 1:15 ค่ะ

พระวจนะข้อนี้เป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนให้เราเห็นหลักการสำคัญของพระเจ้าค่ะ นั่นคือหลักการเก็บเกี่ยว หรือที่เราเรียกกันว่า “เหตุและผล” ค่ะ พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าแห่งความยุติธรรม ไม่มีสิ่งใดที่จะหลุดพ้นจากสายพระเนตรของพระองค์ได้ค่ะ

บริบทของหนังสือโอบาดีห์ ค่ะ

ก่อนที่เราจะเจาะลึกเรื่องการประยุกต์ใช้ในยุคปัจจุบัน เรามาทำความเข้าใจบริบทกันก่อนค่ะ โอบาดีห์เป็นหนังสือที่สั้นที่สุดในพันธสัญญาเดิม แต่ข้อความที่อยู่ข้างในนั้นทรงพลังมากค่ะ หนังสือนี้พูดถึงการพิพากษาอีโดมที่กระทำชั่วต่ออิสราเอลค่ะ

อีโดมกับอิสราเอล: บทเรียนจากญาติพี่น้อง ค่ะ

คุณรู้ไหมค่ะว่าอีโดมและอิสราเอลเป็นญาติกันจริงๆ? อีโดมเป็นลูกหลานของเอซาว ส่วนอิสราเอลเป็นลูกหลานของยาโคบ ซึ่งทั้งสองคนเป็นพี่น้องกันค่ะ แต่แทนที่จะช่วยเหลือกัน อีโดมกลับทรยศและเฉยเมยเมื่ออิสราเอลตกทุกข์ได้ยากค่ะ

หลักการ “เก็บเกี่ยวในสิ่งที่หว่าน” ในยุคปัจจุบัน ค่ะ

เอาล่ะค่ะ แล้วเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเรายังไง? จริงๆ แล้วมันเกี่ยวข้องมากเลยค่ะ! ในโลกยุคปัจจุบัน เราเห็นหลักการนี้ทำงานอยู่ตลอดเวลาค่ะ

ตอัวอย่างในชีวิตส่วนตัว ค่ะ

ลองคิดดูค่ะ เมื่อเราปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความรัก ความเมตตา สุดท้ายเราก็มักจะได้รับความรักกลับมา แต่ถ้าเราปฏิบัติต่อคนอื่นด้วยความโกรธ ความอิจฉา เราก็มักจะเจอปัญหาเหล่านั้นกลับมาหาเราค่ะ

ในโลกธุรกิจและการทำงาน ค่ะ

ในโลกการทำงานด้วยค่ะ บริษัทที่เอารัดเอาเปรียบพนักงาน ลูกค้า หรือสังคม มักจะเจอปัญหากลับมา อาจเป็นพนักงานลาออกมาก ลูกค้าไม่ไว้วางใจ หรือถูกโจมตีในโซเชียลมีเดียค่ะ

วันแห่งพระเจ้า: ความหมายสำหรับคริสเตียนยุคใหม่ ค่ะ

การเตรียมตัวสำหรับวันพิพากษา ค่ะ

เมื่อพระวจนะพูดถึง “วันแห่งพระเจ้า” นั่นไม่ใช่เรื่องที่ควรทำให้เรากลัวค่ะ แต่เป็นเรื่องที่ควรทำให้เราเตรียมตัว เหมือนนักเรียนที่รู้ว่าจะมีการสอบ เขาก็จะเตรียมตัวให้พร้อมค่ะ

การใช้ชีวิตด้วยความรับผิดชอบ ค่ะ

การรู้ว่าสิ่งที่เราทำจะกลับมาหาเรา ช่วยให้เราใช้ชีวิตด้วยความรับผิดชอบมากขึ้นค่ะ เหมือนการขับรถ เมื่อเรารู้ว่ามีกล้องจับความเร็ว เราก็จะขับด้วยความระมัดระวังมากขึ้นค่ะ

บทเรียนจากความผยองของอีโดม ค่ะ

อันตรายของความหยิ่งยโส ค่ะ

อีโดมเป็นชาติที่ผยองมากค่ะ พวกเขาคิดว่าตัวเองแกว่งแก่งและไม่มีใครทำอะไรได้ แต่สุดท้ายความผยองนั้นกลับกลายเป็นจุดอ่อนของพวกเขาค่ะ ในยุคปัจจุบัน เรามักเห็นคนที่ประสบความสำเร็จแล้วกลายเป็นคนหยิ่งยโส และสุดท้ายก็ล้มลงค่ะ

ความสำคัญของการถ่อมตัว ค่ะ

พระเยซูทรงสอนเราให้ถ่อมตัวค่ะ การถ่อมตัวไม่ใช่การดูถูกตัวเอง แต่เป็นการรู้จักตัวเองและรู้จักพระเจ้าค่ะ เมื่อเราถ่อมตัว เราจะเปิดใจรับฟังผู้อื่น เรียนรู้จากความผิดพลาด และเติบโตในความเชื่อค่ะ

การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ค่ะ

ในครอบครัว ค่ะ

ในครอบครัว การที่เราแสดงความรักและความเห็นใจต่อสมาชิกในครอบครัว จะสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นค่ะ แต่ถ้าเราใช้คำพูดที่รุนแรง หรือไม่ให้อภัย บ้านของเราก็จะเป็นสนามรบค่ะ

ในชุมชนและสังคม ค่ะ

การเป็นพยานที่ดีในสังคม การช่วยเหลือผู้ที่ขัดสน การยืนเคียงข้างผู้ที่ถูกกดขี่ สิ่งเหล่านี้จะกลับมาเป็นพรให้กับเราและครอบครัวของเราค่ะ

การให้และการรับ ค่ะ

พระเจ้าทรงสัญญาว่า “จงให้แล้วจะได้รับ” ค่ะ เมื่อเราใจกว้างในการให้ ไม่ว่าจะเป็นเวลา ความรัก หรือทรัพยากร พระเจ้าจะทรงเปิดช่องทางพรมาสู่เราค่ะ

ความยุติธรรมของพระเจ้าในมุมมองคริสเตียน ค่ะ

ความยุติธรรมผสมผสานกับความเมตตา ค่ะ

สิ่งที่สวยงามเรื่องพระเจ้าของเราคือ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งความยุติธรรม แต่ก็ทรงเป็นพระเจ้าแห่งความเมตตาด้วยค่ะ พระองค์ให้โอกาสเราในการกลับใจและเปลี่ยนแปลงตัวเองค่ะ

การให้อภัยและการฟื้นฟู ค่ะ

แม้ว่าเราจะทำผิดพลาด แต่พระเจ้าทรงเสนอทางออกให้เราเสมอค่ะ นั่นคือการสารภาพผิด การขอโทษ และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เมื่อเราทำแบบนี้ พระองค์จะทรงให้อภัยและทำให้เราเริ่มต้นใหม่ได้ค่ะ

เตรียมพร้อมสำหรับอนาคต ค่ะ

การตรวจสอบใจตัวเอง ค่ะ

เป็นเรื่องดีที่เราจะหยุดมาตรวจสอบใจตัวเองเป็นระยะๆ ค่ะ เราปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างไร? เราใช้คำพูดอย่างไร? เราแสดงความรักอย่างไร? การไตร่ตรองเหล่านี้จะช่วยให้เราปรับปรุงตัวเองได้ค่ะ

การวางแผนชีวิตด้วยหลักธรรม ค่ะ

เมื่อเราเข้าใจหลักการเก็บเกี่ยว เราจะวางแผนชีวิตของเราด้วยความรอบคอบมากขึ้นค่ะ เราจะเลือกหว่านสิ่งดีๆ เพราะเรารู้ว่าสิ่งดีๆ จะกลับมาหาเราค่ะ

ข้อคิดสำหรับชีวิตคริสเตียน ค่ะ

ลองถามตัวเองดูค่ะ ว่าเราต้องการเก็บเกี่ยวอะไรในชีวิต? ถ้าเราต้องการความรัก เราต้องหว่านความรัก ถ้าเราต้องการความเมตตา เราต้องหว่านความเมตตา ถ้าเราต้องการการให้อภัย เราต้องหว่านการให้อภัยค่ะ

บทสรุป: การใช้ชีวิตด้วยภูมิปัญญา ค่ะ

โอบาดีห์ 1:15 เตือนใจเราให้ระลึกถึงความยุติธรรมของพระเจ้าและหลักการเก็บเกี่ยวในสิ่งที่หว่านค่ะ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราต้องกลัว แต่หมายความว่าเราควรใช้ชีวิตด้วยภูมิปัญญาค่ะ เมื่อเราเข้าใจหลักการนี้ เราจะเลือกที่จะหว่านสิ่งดีๆ ในชีวิตของเราและชีวิตของผู้อื่น และเมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยว เราจะได้เก็บเกี่ยวความปีติยินดีและพรจากพระเจ้าค่ะ อย่าลืมว่าพระเจ้าทรงรักเราและต้องการสิ่งดีที่สุดให้กับเราเสมอค่ะ

ติดตามเรื่องราวความเชื่อเพิ่มเติมได้ที่ ค่ะ

  • Website – https://renoo.faith
  • Youtube – https://www.youtube.com/@Renoo-Caruso
  • Facebook – https://www.facebook.com/blessingwithrenoo
  • TikTok – https://www.tiktok.com/@renoocaruso
  • Instagram – https://www.instagram.com/renoocaruso