Luke 6:38: พระคำแห่งการให้และการรับที่เปลี่ยนชีวิต
สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เราจะมาพูดคุยเรื่องที่น่าสนใจมากๆ เกี่ยวกับพระคัมภีร์ลูกา 6:38 ที่ว่า “จงให้แล้วจะได้รับ คนจะเทให้ท่าน โดยขันที่ดี ที่กดแน่น เขย่าให้หนาแน่น ล้นออกมา เพราะด้วยขันใดที่ท่านตวง ด้วยขันนั้นเขาจะตวงให้ท่าน” พระวจนะนี้มีความหมายลึกซึ้งมากค่ะ และเป็นหลักการที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตเราได้อย่างน่าอัศจรรย์ค่ะ
ความหมายที่แท้จริงของการให้
เมื่อพระเยซูตรัสพระวจนะนี้ พระองค์ไม่ได้หมายถึงเฉพาะการให้เงินหรือทรัพย์สินเท่านั้นค่ะ การให้ในพระคัมภีร์มีความหมายกว้างกว่านั้นมาก รวมถึงการให้เวลา ความรัก ความเมตตา การให้อภัย และการให้ความช่วยเหลือในทุกรูปแบบค่ะ
การให้ในยุคสมัยปัจจุบัน
ในยุคของเทคโนโลยีและโซเชียลมีเดียแบบนี้ เราสามารถให้ได้หลายวิธีค่ะ เช่น การแชร์โพสต์ที่มีเนื้อหาดีๆ การให้กำลังใจผ่านคอมเมนต์ หรือแม้แต่การสอนสิ่งที่เราถนัดให้คนอื่นฟรีๆ นี่ก็เป็นการให้ที่มีคุณค่ามากค่ะ
หลักการของการรับ
การรับในพระวจนะนี้ไม่ใช่การรอคอยอย่างเฉยๆ ค่ะ แต่เป็นผลที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของการให้ เมื่อเราให้ด้วยใจจริง พระเจ้าจะทรงจัดการให้สิ่งดีๆ กลับมาหาเรา บางครั้งอาจไม่ใช่สิ่งที่เราคาดหวัง แต่จะเป็นสิ่งที่เราต้องการมากกว่าค่ะ
การรับที่หลากหลาย
การรับอาจมาในรูปแบบของความสุข ความสงบใจ โอกาสใหม่ๆ มิตรภาพที่ดี หรือแม้แต่สุขภาพที่ดีขึ้น เราไม่ควรจำกัดความคิดว่าการรับต้องเป็นแค่เงินทองเท่านั้นค่ะ
ขันที่ดี กดแน่น เขย่าให้หนาแน่น
คำอุปมาของขันตวงข้าวในสมัยพระเยซูเป็นภาพที่สวยงามมากค่ะ เมื่อเจ้าของร้านขายข้าวให้ลูกค้าที่ดี เขาจะไม่ใส่ข้าวเฉยๆ แต่จะกดให้แน่น เขย่าให้หนาแน่น และใส่จนล้นออกมา นี่คือวิธีที่พระเจ้าทรงให้กับเราค่ะ
พระเจ้าทรงให้อย่างล้นเหลือ
เมื่อพระเจ้าทรงให้ พระองค์จะทรงให้เกินกว่าที่เราคาดหวัง ไม่ใช่แค่พอๆ หรือน้อยๆ แต่เป็นการให้ที่เต็มล้น มากมายจนเราไม่สามารถรับไหวได้ค่ะ นี่คือลักษณะของความรักและความเมตตาของพระเจ้าค่ะ
ตัวอย่างจากชีวิตจริง
มีเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่ทำงานในบริษัท เธอมักจะช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เมื่อมีโปรเจ็กต์ยาก เธอจะอาสาช่วย เมื่อเพื่อนเครียด เธอจะคอยปลอบโยน ผลที่ตามมาคือ เมื่อมีตำแหน่งงานดีๆ เปิดขึ้น ทุกคนในออฟฟิศแนะนำให้เธอได้รับการเลื่อนตำแหน่งค่ะ
การให้ในครอบครัว
ในครอบครัว หากเราให้ความรักและความเข้าใจแก่สมาชิกในครอบครัว เราก็จะได้รับความรักกลับมา บ้านของเราจะเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความสุขค่ะ
อุปสรรคในการให้
หลายครั้งเราอาจลังเลที่จะให้ เพราะกลัวว่าจะไม่เหลือสำหรับตัวเอง หรือกลัวว่าคนอื่นจะฉวยโอกาส ความกลัวเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ แต่พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะทรงดูแลเราเมื่อเราให้ด้วยใจจริงค่ะ
การเอาชนะความกลัว
วิธีที่ดีที่สุดในการเอาชนะความกลัวคือ เริ่มจากการให้เล็กๆ น้อยๆ ก่อน ไม่จำเป็นต้องให้ใหญ่โตตั้งแต่แรก เริ่มจากรอยยิ้ม คำพูดดีๆ หรือการช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ
การวัดขันของเรา
“ด้วยขันใดที่ท่านตวง ด้วยขันนั้นเขาจะตวงให้ท่าน” ประโยคนี้สอนเราว่า สิ่งที่เราได้รับจะขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราให้ค่ะ ถ้าเราให้น้อย เราก็จะได้รับน้อย แต่ถ้าเราให้มาก เราก็จะได้รับมากค่ะ
คุณภาพของการให้
ไม่ใช่แค่ปริมาณ แต่คุณภาพของการให้ก็สำคัญเช่นกัน การให้ด้วยใจรักและความเต็มใจจะมีผลต่างจากการให้เพราะถูกบังคับหรือเพื่อหวังผลตอบแทนค่ะ
การให้ในยุคดิจิทัล
ในโลกออนไลน์ปัจจุบัน เราสามารถให้ได้ง่ายขึ้นค่ะ การแชร์เนื้อหาที่มีประโยชน์ การให้กำลังใจในคอมเมนต์ การสอนทักษะออนไลน์ หรือแม้แต่การเป็นตัวอย่างที่ดีในโซเชียลมีเดียค่ะ
ผลกระทบในโลกออนไลน์
เมื่อเราแชร์สิ่งดีๆ ออนไลน์ มันจะสร้างผลกระทบเป็นห่วงโซ่ คนที่เห็นก็จะแชร์ต่อ และความดีจะแพร่กระจายไปเรื่อยๆ ค่ะ นี่คือการให้ที่มีพลังมหาศาลในยุคปัจจุบันค่ะ
การเตรียมใจสำหรับการรับ
การเตรียมใจสำหรับการรับก็สำคัญเช่นกันค่ะ เราต้องเปิดใจรับพระพรที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้ให้ บางครั้งพระพรอาจมาในรูปแบบที่เราไม่คาดคิด เราต้องมีความเชื่อและความอดทนค่ะ
การรับด้วยความขอบคุณ
เมื่อเราได้รับสิ่งดีๆ เราควรขอบคุณพระเจ้าและใช้สิ่งที่ได้รับอย่างเหมาะสม ไม่ใช่เก็บไว้เฉยๆ แต่ควรนำไปแบ่งปันหรือใช้ประโยชน์ต่อไปค่ะ
ความสำคัญของแรงจูงใจ
แรงจูงใจในการให้มีความสำคัญมากค่ะ ถ้าเราให้เพราะรักและเมตตาจริง ผลที่ได้จะแตกต่างจากการให้เพื่อหวังสิ่งตอบแทน พระเจ้าทรงทราบใจของเราเสมอค่ะ
การสร้างนิสัยของการให้
การให้ควรเป็นไลฟ์สไตล์ของเรา ไม่ใช่ทำเป็นครั้งคราว เราควรหาโอกาสให้ทุกวัน ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เมื่อเราทำเป็นนิสัย ชีวิตของเราจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นค่ะ
การเชื่อมต่อกับชุมชน
การให้จะช่วยเชื่อมต่อเรากับชุมชนและคนรอบข้าง ทำให้เรารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และสร้างความหมายให้กับชีวิตเราค่ะ
บทสรุป
ลูกา 6:38 เป็นพระวจนะที่เต็มไปด้วยพลังและความหวังค่ะ มันสอนเราว่าการให้ไม่ใช่การสูญเสีย แต่เป็นการลงทุนที่จะกลับมาเป็นพระพรในชีวิตเรา เมื่อเราให้ด้วยใจรักและเมตตา พระเจ้าจะทรงให้สิ่งดีๆ กลับมาหาเราอย่างล้นเหลือ ไม่ใช่แค่เท่าที่เราให้ แต่เป็นการให้ที่เต็มล้น มากมาย และเกินความคาดหมายค่ะ ลองเริ่มปฏิบัติหลักการนี้ในชีวิตประจำวันของเราดูนะคะ แล้วเราจะได้เห็นพระพรที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้ให้เราค่ะ
ติดตามเพิ่มเติม
- Website: https://renoo.faith
- Youtube: https://www.youtube.com/@Renoo-Caruso
- Facebook: https://www.facebook.com/blessingwithrenoo
- TikTok: https://www.tiktok.com/@renoocaruso
- Instagram: https://www.instagram.com/renoocaruso