Renoo Caruso
ThaiPosts

พระพรกลับมาหาคนให้! เรียนรู้จากปฐมกาล 12:3

📅
✍️ Renoo Caruso

หนังสือแนะนำสำหรับคุณ

คู่มือเติบโตฝ่ายวิญญาณ โดย Renoo Caruso

วิธีอธิษฐาน
คู่มืออธิษฐาน

วิธีอธิษฐาน: คู่มือง่ายๆ ในการพูดคุยกับพระเจ้า

6 บท + คำอธิษฐาน 7 หัวข้อจริงในชีวิต

฿199 ฿149
ซื้อเลย
ยอดนิยม
ศึกษาพระคัมภีร์ 52 สัปดาห์
การศึกษาพระคัมภีร์

การศึกษาพระคัมภีร์ 52 สัปดาห์

12 หัวข้อ ครบทั้งปีแรกของชีวิตคริสเตียน

฿399 ฿299
ซื้อเลย
Renoo Caruso
เกี่ยวกับผู้เขียน

Renoo Caruso

เรณู คารูโซ คือนักธุรกิจที่มีพลัง วิทยากรที่เป็นที่ต้องการตัว และครูสอนพระคัมภีร์ผู้เปี่ยมด้วยความหลงใหล ซึ่งได้สร้างแรงบันดาลใจและเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนนับพันทั่วโลกผ่านพันธกิจอันทรงพลังและประจักษ์พยานทางธุรกิจที่น่าทึ่งของเธอ

พระเจ้าให้พระพรแก่คนที่ให้พระพรแก่เรา: บทเรียนจากปฐมกาล 12:3

สวัสดีค่ะ สาวๆ ที่รักในพระเจ้า วันนี้เราจะมาพูดคุยเรื่องที่น่าสนใจมากๆ เลยค่ะ คือเรื่องของพระพรที่พระเจ้าทรงประทานให้ผ่านคำพูดที่พระองค์ตรัสกับอับราฮัมในปฐมกาล 12:3 ที่ว่า “เราจะอำนวยพระพรแก่คนที่อำนวยพระพรแก่เจ้า และสาปแช่งผู้ที่สาปแช่งเจ้า และบรรดาครอบครัวทั้งหลายในแผ่นดินโลกจะได้รับพระพรเพราะเจ้า” มาดูกันว่าข้อพระคัมภีร์นี้มีความหมายอย่างไรในชีวิตเราสมัยนี้กันนะคะ

ความหมายของปฐมกาล 12:3 ในบริบทของพระคัมภีร์

ข้อพระคัมภีร์นี้เป็นส่วนหนึ่งของพันธสัญญาที่พระเจ้าทรงทำกับอับราฮัมค่ะ เป็นคำสัญญาที่แสดงให้เห็นถึงพระหฤดยของพระเจ้าที่ต้องการให้พระพรแผ่ขยายไปทั่วโลก ไม่ใช่แค่คนๆ เดียวหรือประชาชาติใดประชาชาติหนึ่งเท่านั้นค่ะ

บริบททางประวัติศาสตร์ของคำสัญญานี้

เมื่อพระเจ้าตรัสคำนี้กับอับราฮัม โลกในสมัยนั้นยังมีความมืดมนทางจิตวิญญาณมากค่ะ ผู้คนนับถือเทพเจ้าหลายองค์ และไม่รู้จักพระเจ้าที่แท้จริง พระเจ้าทรงเลือกอับราฮัมเป็นช่องทางในการนำพระพรมาสู่มนุษยชาติทั้งหมด

หลักการของการให้พระพรและรับพระพร

คิดดูสิคะว่าหลักการนี้เหมือนกับกฎของฟิสิกส์ที่ว่า “ทุกการกระทำจะมีปฏิกิริยาโต้กลับ” เมื่อเราให้พระพรแก่คนอื่น พระเจ้าก็จะให้พระพรกลับมาหาเราเช่นกันค่ะ แต่เมื่อเราทำร้ายหรือสาปแช่งคนอื่น เราก็จะได้รับผลร้ายกลับมาด้วย

การให้พระพรในชีวิตประจำวัน

การให้พระพรไม่ได้หมายความแค่การอธิษฐานให้คนอื่นนะคะ แต่รวมไปถึงการพูดคำที่ดี การส่งเสริมกำลังใจ การแบ่งปัน และการทำดีต่อคนรอบข้าง แม้แต่การยิ้มให้กันก็ถือเป็นการให้พระพรได้เลยค่ะ

วิธีการให้พระพรที่เป็นรูปธรรม

เราสามารถให้พระพรผ่านการกระทำง่ายๆ เช่น การโทรไปให้กำลังใจเพื่อนที่เครียด การส่งข้อความดีๆ ให้คนที่เรารัก หรือการช่วยเหลือคนที่ต้องการความช่วยเหลือค่ะ

ตัวอย่างสมัยใหม่ของหลักการนี้

ลองดูตัวอย่างในยุคโซเชียลมีเดียกันค่ะ เมื่อเราแชร์เนื้อหาที่ดีๆ ส่งเสริมคนอื่น หรือใช้คำพูดที่สร้างสรรค์ เราจะพบว่าเราก็ได้รับการตอบสนองที่ดีกลับมาเช่นกัน แต่หากเราใช้โซเชียลมีเดียในการด่าทอ หรือแพร่ข่าวลบ เราก็จะพบว่าชีวิตเราเต็มไปด้วยความเป็นลบเช่นกัน

เรื่องจริงในชีวิต: ผู้หญิงที่เปลี่ยนชุมชนด้วยความรัก

มีเรื่องจริงของผู้หญิงคนหนึ่งที่เริ่มทำอาหารแจกให้คนไร้บ้านในย่านที่เธออาศัยค่ะ เธอเริ่มต้นด้วยความต้องการให้พระพรแก่คนอื่น ผลที่ตามมาคือชุมชนทั้งหมดเริ่มร่วมมือกัน และในที่สุดเธอก็ได้รับการสนับสนุนจากหลายองค์กรจนสามารถเปิดศูนย์ช่วยเหลือคนไร้บ้านได้

พระพรที่แผ่ออกไปสู่โลก

ส่วนสุดท้ายของข้อพระคัมภีร์บอกว่า “บรรดาครอบครัวทั้งหลายในแผ่นดินโลกจะได้รับพระพรเพราะเจ้า” นี่แสดงให้เห็นว่าการให้พระพรของเรามีผลกระทบแบบลูกโซ่ค่ะ

ผลกระทบแบบลูกโซ่ของการให้พระพร

คุณเคยสังเกตไหมคะว่าเมื่อเราทำดีกับคนหนึ่ง คนคนนั้นมักจะไปทำดีต่อคนอื่นต่อไป? นี่คือหลักการที่พระเจ้าทรงวางไว้ในการแพร่กระจายพระพรค่ะ

การเป็นช่องทางพระพร

เราแต่ละคนสามารถเป็นช่องทางพระพรได้เหมือนอับราฮัมค่ะ ไม่ต้องเป็นคนพิเศษหรือมีอำนาจอะไร แค่เริ่มจากการให้พระพรในวงเล็กๆ รอบตัวเราก่อน

การนำหลักการนี้ไปใช้ในครอบครัว

ครอบครัวเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดในการฝึกให้พระพรค่ะ ลองเริ่มจากการพูดคำที่ดีกับสมาชิกในครอบครัว การอธิษฐานให้กัน และการสนับสนุนซึ่งกันและกัน

การสร้างบรรยากาศแห่งพระพรในบ้าน

บ้านที่เต็มไปด้วยการให้พระพรจะเป็นบ้านที่มีความสุขค่ะ สมาชิกทุกคนจะรู้สึกปลอดภัยและได้รับการยอมรับ ซึ่งจะส่งผลให้พวกเขาไปให้พระพรแก่คนอื่นต่อไป

การให้พระพรในที่ทำงาน

ที่ทำงานเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่เราสามารถให้พระพรได้ค่ะ การให้กำลังใจเพื่อนร่วมงาน การแชร์ความรู้ หรือการช่วยเหลือในโปรเจกต์ต่างๆ ล้วนเป็นการให้พระพรทั้งสิ้น

ผลลัพธ์ในอาชีพการงาน

คนที่ให้พระพรในที่ทำงานมักจะพบว่าอาชีพการงานของพวกเขาเติบโตได้ดีค่ะ เพราะคนอื่นชอบทำงานด้วยและต้องการสนับสนุนพวกเขา

การรับมือกับคนที่ไม่ให้พระพร

ในชีวิตจริงเราจะพบกับคนที่ไม่ให้พระพรหรือแม้กระทั่งทำร้ายเราค่ะ ในสถานการณ์เช่นนี้ ข้อพระคัมภีร์นี้เตือนเราว่าพระเจ้าจะทรงจัดการเอง เราไม่จำเป็นต้องแก้แค้น

การคุ้มครองจากพระเจ้า

พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะสาปแช่งคนที่สาปแช่งเราค่ะ นี่ไม่ได้หมายความว่าเราควรมีความรู้สึกแค้น แต่หมายความว่าเราสามารถมอบความยุติธรรมให้กับพระเจ้าและยังคงให้พระพรต่อไป

การอธิษฐานเป็นการให้พระพร

หนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดในการให้พระพรคือการอธิษฐานเผื่อคนอื่นค่ะ เมื่อเราอธิษฐานให้กับใครสักคน เราก็กำลังขอให้พระเจ้าให้พระพรแก่เขา

พลังของการอธิษฐานร่วมกัน

การอธิษฐานร่วมกันกับเพื่อนๆ ในเชื่อมีพลังมากค่ะ เมื่อเรารวมใจกันขอพระพรให้คนอื่น พระเจ้าทรงฟังและตอบคำอธิษฐานของเราอย่างมหัศจรรย์

การให้พระพรผ่านการรับใช้

การรับใช้พระเจ้าและคนอื่นเป็นวิธีการให้พระพรที่สำคัญมากค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการรับใช้ในคริสตจักร ชุมชน หรือสังคม ล้วนเป็นการเป็นช่องทางพระพรของพระเจ้า

การหาจุดรับใช้ที่เหมาะกับเรา

แต่ละคนมีของประทานที่แตกต่างกันค่ะ บางคนถึงการสอน บางคนถึงการดูแล บางคนถึงการให้ เราควรหาจุดรับใช้ที่เหมาะกับความสามารถและหัวใจของเรา

บทสรุป

ปฐมกาล 12:3 สอนเราเรื่องที่สำคัญมากค่ะ คือการเป็นช่องทางพระพรของพระเจ้า เมื่อเราให้พระพรแก่คนอื่น เราจะได้รับพระพรกลับมา และที่สำคัญกว่านั้นคือพระพรจะแผ่ขยายไปยังคนอื่นๆ ต่อไป การให้พระพรไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ เริ่มต้นได้จากการใช้คำพูดที่ดี การให้กำลังใจ และการแสดงความรักต่อคนรอบข้าง เมื่อเราทำเช่นนี้สม่ำเสมอ เราจะพบว่าชีวิตเราเปลี่ยนไป และคนรอบข้างก็ได้รับผลดีตามไปด้วยค่ะ ลองเริ่มให้พระพรกันตั้งแต่วันนี้นะคะ

ช่องทางการติดตาม