การขอ การแสวงหา และการเคาะประตู: บทเรียนจากพระคัมภีร์มัทธิว 7:7
สวัสดีค่ะทุกคน! วันนี้เราจะมาพูดคุยเรื่องที่น่าสนใจและสำคัญมากในชีวิตคริสเตียนค่ะ นั่นคือพระคำในพระคัมภีร์มัทธิว 7:7 ที่กล่าวว่า “จงขอเถิด แล้วเราจะให้แก่เจ้า จงแสวงหาเถิด แล้วเจ้าจะพบ จงเคาะเถิด แล้วเจ้าจะเปิดให้” คุณเคยสงสัยไหมค่ะว่าพระคำข้อนี้มีความหมายลึกซึ้งแค่ไหน และเราสามารถนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้อย่างไร
ความหมายที่แท้จริงของการ “ขอ”
เมื่อพระเยซูทรงสั่งให้เราขอ พระองค์ไม่ได้หมายความว่าให้เราขอแค่สิ่งที่เราต้องการเท่านั้นค่ะ การขอที่พระเยซูทรงหมายถึงนั้นเป็นการขอด้วยความศรaddlery และความเชื่อ เหมือนกับเด็กที่มั่นใจว่าพ่อแม่จะให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่เขา
การขอในยุคปัจจุบัน
ในโลกที่เต็มไปด้วยความเครียดและความกังวล หลายคนมักจะลืมที่จะขอพระเจ้าค่ะ เราพยายามแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองจนหมดแรง แต่พระเยซูทรงเตือนเราว่า เราไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างคนเดียว
ตัวอย่างการขอในชีวิตจริง
ลองนึกดูเรื่องง่ายๆ เช่น การหางานใหม่ค่ะ แทนที่จะกังวลไปเอง เราสามารถขอให้พระเจ้าชี้นำทางและเปิดโอกาสที่เหมาะสม พร้อมกับการลงมือทำอย่างสุดความสามารถ
ศิลปะแห่งการ “แสวงหา”
คำว่า “แสวงหา” ในภาษากรีกเดิมมีความหมายว่า การมองหาอย่างไม่ย่อท้อค่ะ เหมือนกับคนที่สูญเสียเหรียญทองคำไปแล้วค้นหาทุกซอกทุกมุมจนกว่าจะเจอ
การแสวงหาพระเจ้าในยุคโซเชียลมีเดีย
ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารล้นหลาม เรามักจะหาความบันเทิงและความพึงพอใจชั่วคราวจากสมาร์ทโฟนค่ะ แต่การแสวงหาที่แท้จริงนั้นต้องการเวลาและความตั้งใจ เหมือนการขุดเจาะหาน้ำใต้ดิน ต้องขุดลึกจึงจะได้น้ำใส
วิธีการแสวงหาอย่างมีประสิทธิภาพ
การแสวงหาพระเจ้าไม่ใช่เรื่องยาก เริ่มจากการตั้งเวลาอ่านพระคัมภีร์ทุกวันค่ะ แม้แค่ 10 นาที หรือฟังเพลงสดุดีขณะเดินทางไปทำงาน สิ่งเล็กๆ เหล่านี้จะช่วยให้เราใกล้ชิดพระเจ้ามากขึ้น
ความหมายลึกของการ “เคาะประตู”
การเคาะประตูแสดงถึงความพยายามและความขยันขันแข็งค่ะ ไม่ใช่การเคาะครั้งเดียวแล้วเดินจากไป แต่เป็นการเคาะอย่างสุภาพแต่ไม่ย่อท้อ
ประตูที่ปิดในชีวิตเรา
ในชีวิตเราต้องเจอประตูปิดมากมายค่ะ อาจเป็นโอกาสในการทำงาน ความสัมพันธ์ หรือแม้แต่สุขภาพที่ไม่ดี แต่พระเยซูทรงสัญญาว่า หากเราเคาะด้วยใจที่ถูกต้อง ประตูจะเปิดให้
เทคนิคการเคาะประตูแบบคริสเตียน
การเคาะประตูในแบบคริสเตียนคือการรอคอยด้วยความอดทนค่ะ เหมือนชาวนาที่รอฝนตก ไม่ได้หมายความว่าเราจะนิ่งดูดาย แต่เราทำในส่วนที่เราทำได้และไว้วางใจให้พระเจ้าทำในส่วนที่เราทำไม่ได้
พระสัญญาที่ไม่เคยผิดหวัง
พระเยซูไม่เพียงแค่สั่งให้เราทำ แต่พระองค์ให้คำสัญญาด้วยค่ะ “จะให้” “จะพบ” “จะเปิดให้” คำเหล่านี้เป็นพระสัญญาที่แน่นอน ไม่ใช่ความเป็นไปได้
เวลาของพระเจ้าไม่เหมือนเวลาของเรา
บางครั้งเราอาจรู้สึกว่าพระเจ้าตอบช้าค่ะ แต่เชื่อไหมว่าเวลาของพระองค์เป็นเวลาที่สมบูรณ์แบบเสมอ เหมือนแม่ที่รู้ว่าควรให้ลูกกินขนมเมื่อไหร่ ไม่ใช่เมื่อลูกต้องการ
ตัวอย่างในชีวิตจริง: เรื่องของน้องแอน
ขอเล่าเรื่องของน้องแอนที่เพิ่งจบมหาวิทยาลัยค่ะ เธอหางานมา 3 เดือน ส่งประวัติไปหลายร้อยที่แต่ไม่มีใครเรียก เธอเริ่มท้อแท้ แต่เธอจำมัทธิว 7:7 ได้ เธอจึงขอพระเจ้าให้ชี้นำ แสวงหาโอกาสใหม่ๆ และเคาะประตูที่ดูไม่น่าจะเป็นไปได้
ความปาฏิหาริย์เกิดขึ้น
สุดท้าย น้องแอนได้งานในบริษัทที่เธอฝันไว้ค่ะ ไม่ใช่จากการส่งประวัติ แต่จากการที่เพื่อนแนะนำ ซึ่งเป็นเพื่อนที่เธอไม่คิดว่าจะช่วยได้ นี่คือการที่พระเจ้าเปิดประตูในทางที่เราไม่คาดคิด
การนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
แล้วเราจะนำพระคำข้อนี้ไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างไรบ้างค่ะ เริ่มจากเรื่องง่ายๆ ก่อน เช่น การขอพระเจ้าให้ความแรงในการตื่นเช้า การแสวงหาพระประสงค์ของพระองค์ในการตัดสินใจเล็กๆ น้อยๆ
การสร้างนิสัยใหม่
ลองเริ่มตั้งแต่เช้าเลยค่ะ ก่อนลุกจากเตียง ให้อธิษฐานสั้นๆ ว่า “พระเยซูค่ะ วันนี้ช่วยชี้นำหนูด้วยเถิด” แค่นี้ก็เป็นการขอแล้ว จากนั้นตลอดวันให้สังเกตว่าพระเจ้าตอบอย่างไร
ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง
บางคนเข้าใจผิดว่า การขอพระเจ้าเหมือนการขอยายวิเศษค่ะ ขออะไรก็ต้องได้ทันที แต่จริงๆ แล้วการขอ แสวงหา และเคาะประตู ต้องสอดคล้องกับพระประสงค์ของพระเจ้าด้วย
ความอดทนคือกุญแจ
อีกข้อผิดพลาดคือการขาดความอดทนค่ะ เราอยากได้คำตอบเร็วๆ แต่บางครั้งพระเจ้าใช้ช่วงเวลาแห่งการรอคอยเพื่อเตรียมเราให้พร้อมสำหรับสิ่งที่ดีกว่าที่เราขอ
พลังแห่งการอธิษฐานร่วมกัน
พระเยซูทรงสอนเราผ่านแบบอย่างของพระองค์เองค่ะ พระองค์ทรงอธิษฐานคนเดียวและกับสาวกด้วย การมีคนอธิษฐานร่วมกันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่มาก
การสร้างกลุ่มอธิษฐาน
ลองหาเพื่อนคริสเตียนสักคนหรือสองคนมาอธิษฐานร่วมกันค่ะ ไม่ต้องเป็นพิธีรีตองใหญ่โต แค่นัดกันอธิษฐานทาง LINE หรือเจอกันที่คาเฟ่ 30 นาทีก็ได้
เมื่อคำตอบไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
บางครั้งพระเจ้าตอบว่า “ไม่” หรือ “รอก่อน” ค่ะ สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่าพระองค์ไม่รักเรา แต่อาจหมายความว่าพระองค์มีแผนที่ดีกว่าสำหรับเรา
การเรียนรู้จากคำตอบ “ไม่”
เวลาพระเจ้าตอบไม่เป็นไปตามที่เราต้องการ ให้ถามตัวเองว่า “พระเจ้าอยากสอนอะไรเราผ่านสิ่งนี้” ค่ะ บางครั้งการไม่ได้ในสิ่งที่เราต้องการกลับนำไปสู่สิ่งที่เราต้องการจริงๆ
ความเชื่อและการปฏิบัติต้องไปด้วยกัน
การขอ แสวงหา และเคาะประตูไม่ใช่เรื่องเฉพาะด้านจิตวิญญาณเท่านั้นค่ะ เราต้องลงมือทำด้วย ถ้าขอให้ได้งาน เราต้องส่งประวัติ ถ้าขอให้สุขภาพดี เราต้องออกกำลังกายและกินอาหารที่มีประโยชน์
บทสรุป: ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงด้วยมัทธิว 7:7
พระคำในมัทธิว 7:7 ไม่ใช่แค่ข้อพระคัมภีร์ที่ไว้อ่านเล่นค่ะ แต่เป็นคำสัญญาที่มีชีวิต เป็นกุญแจที่เปิดประตูแห่งความเป็นไปได้ในชีวิตเรา เมื่อเราเรียนรู้ที่จะขอด้วยความถ่อมใจ แสวงหาด้วยความจริงใจ และเคาะประตูด้วยความอดทน ชีวิตเราจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ขอให้เราทุกคนได้สัมผัสกับพระคุณและความรักของพระเจ้าผ่านการนำพระคำข้อนี้ไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันค่ะ
ข้อมูลติดต่อและช่องทางติดตาม
- Website: https://renoo.faith
- Youtube: https://www.youtube.com/@Renoo-Caruso
- Facebook: https://www.facebook.com/blessingwithrenoo
- TikTok: https://www.tiktok.com/@renoocaruso